4th Street Bar Hive-Bar

Hive-Bar Powered by Hive beta-fdb5b5b

Community post

บริจาคเลือดกันเถอะ : I am a blood donor.

IMG_3042.jpg

IMG_3040.jpg

เปิดดูภาพเก่าๆ เจอภาพตัวเองตอนไปบริจาคเลือดหลายรูปจากหลายวาระ นึกถึงครั้งเริ่มบริจาคเลือดครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๗ ที่สภากาชาดไทย ตั้งแต่รุ่นต้มเข็ม บริจาคเลือดหนึ่งครั้งต้องโดนเข็มจิ้มอย่างน้อยสองที เข็มแรกเป็นยาชา เข็มที่สองถึงเป็นเข็มเจาะเก็บเลือด สำหรับผู้โชคดีที่หาเส้นยากอาจจะโดนเจาะมากกว่าสองรู กระทั่งต่อมายกเลิกการฉีดยาชา เราผู้บริจาคก็สงสัยว่าทำไมไม่ฉีดยาชาให้ พี่เจ้าหน้าที่กาชาดบอกว่าการฉีดยาชาไม่ช่วยอะไรทำให้ผู้บริจาคเจ็บตัวมากเกินความจำเป็น นับแต่นั้นก็จิ้มเข็มใหญ่รูเดียวเลยค่ะ พอเก็บเลือดตามจำนวนที่ต้องการจึงค่อยเก็บเลือดลงหลอดแก้ว เป็นขั้นตอนที่เราชอบที่สุดคือปล่อยเลือดไหลจากปลายท่อที่ตัดแล้ว เลือดก็ไหลจากแขนผ่านเข็มและท่อสั้นๆลงไปในหลอดแก้วเลย พอใกล้จะเต็มหลอดเจ้าหน้าที่ก็จะเอากรรไกรหนีบปลายสายยางไว้ไม่ให้เลือดไหลล้นหลอดค่ะ เห็นพัฒนาการมาเรื่อยจากเข็มต้มมาเป็นเข็มใช้แล้วทิ้ง จนมีเข็มติดปลายถุง เลือด กระทั่งเดี๋ยวนี้มีเข็มติดถุงแล้วยังแถมมีถุงห้อยกันมาเป็นพวงเลย เตียงบริจาคแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน แต่เดิมที่สภากาชาดใช้เตียงแบบนอนราบ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นเก้าอี้สีชมพูที่พนักโค้งๆ เขาว่าระหว่างนั่งบริจาคจะได้ความรู้สึกดังว่าเข้าไปอยู่ในครรภ์มารดาอีกครั้งหนึ่ง เก้าอี้บริจาคบางโรงพยาบาลก็เป็นโซฟาตัวใหญ่ยักษ์ นั่งสบายจนไม่อยากจะลุกเลยค่ะ ไม่ว่าเครื่องไม้เครื่องมือจะปรับเปลี่ยนไปกี่หน แต่ความรู้สึกของเราในฐานะผู้บริจาคโลหิตไม่เคยเปลี่ยนเลย คือรู้สึกอิ่มเอมที่ได้สละเลือดในกายเราไว้ต่อชีวิตให้ผู้อื่น

UNADJUSTEDNONRAW_thumb_650a.jpg

หากถามว่าครั้งไหนที่ประทับใจที่สุดในการบริจาคเลือด คงเป็นครั้งที่เกิดเหตุการณ์ซึนามิ คราวนั้นคนไปต่อคิวบริจาคเลือดเยอะมากๆ รอกันค่อนวันกว่าจะได้บริจาค กาชาดก็ต้องจัดห้องจัดตึกเปิดรับเลือดเป็นกรณีพิเศษ คนเป็นพันๆต่อแถวกันแบบไม่มีบ่นสักคำ ไม่มีการปะทะหรือแก่งแย่งแซงคิวทนรอไม่ได้ ทุกคนต่างตั้งใจมาให้เลือดของตน บ้างก็รอกัน ๖-๘ ชั่วโมง เพื่อสละเลือดส่งไปช่วยผู้ประสบภัย ตอนนั้นกาชาดขาดเลือดกรุ๊ปพิเศษของชาวตะวันตก ก็มีการประชาสัมพันธ์ระดมหาผู้บริจาคที่มีเลือดกลุ่มพิเศษ ช่วงนั้นก็จะเห็นฝรั่งไปบริจาคเลือดกันเยอะเลยค่ะ

ที่มาที่ไปของการบริจาคเลือด ต้องย้อนเวลากลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองค่ะ ครั้งนั้นทหารบาดเจ็บและล้มตายมากมาย ทางหน่วยเแพทย์ของกองกำลังพันธมิตรจึงร้องขอให้กาชาดของแต่ละประเทศจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตขึ้นเพื่อขอรับบริจาคเลือดจากประชาชนมาช่วยชีวิตเหล่าทหารที่บาดเจ็บจากสงคราม แม้สงครามจะยุติลงแต่งานรับบริจาคโลหิตยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงแรกๆของการรับบริจาคโลหิตในประเทศไทย คนไทยก็ยังไม่นิยมบริจาคกันมากนัก กรณีที่โรงพยาบาลต้องใช้เลือดเพื่อรักษาคนไข้ก็จะต้องขอจากญาติของผู้ป่วย บางครั้งก็ถึงขนาดต้องซื้อขายเลือดกันเลยทีเดียว

เมื่อปี ๒๔๙๔ ในการประชุมสันนิบาตกาชาดครั้งที่ ๑๗ ที่กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้มีมติให้กาชาดแต่ละประเทศจัดตั้งงานบริการโลหิตขึ้น ภายใต้หลักที่ว่า “บริจาคโลหิตด้วยจิตศรัทธา ไม่หวังผลหรือสิ่งตอบแทนใดๆ” หลังจากการประชุมสันนิบาตกาชาดครั้งที่ ๑๗ ศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิม บูรณะนนท์ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิทยาศาสตร์ สภากาชาดไทยในขณะนั้น ได้นำมติดังกล่าวเสนอต่อกรรมกาสภากาชาดไทยเพื่อขอจัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้น เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอของกาชาดสากล งานบริการโลหิตสภากาชาดไทย จึงได้เริ่มกิจการขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๔๙๕

UNADJUSTEDNONRAW_thumb_6511.jpg

แถมอีกนิดนะคะ สำหรับเพื่อนๆที่บริจาคโลหิตและคิดจะไปบริจาค ธาตุเหล็กที่ทางกาชาดหรือโรงพยาบาลแจกให้ผู้บริจาคสำคัญมากนะคะ ควรรับประทานให้หมดทุกครั้ง เพราะธาตุเหล็กที่ร่างกายเราได้รับจากอาหารในชีวิตประจำวันไม่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูสภาพเลือดของเราให้ทันในการบริจาคครั้งต่อไปในอีกสามเดือนข้างหน้าค่ะ ทางสภากาชาดไทยเคยมีการสอบถามผู้บริจาคโลหิตประจำที่เลือดจาง ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไม่ยอมรับประทานธาตุเหล็กให้ครบค่ะ

ท่านใดสนใจไปบริจาคโลหิต ศึกษาคุณสมบัติของผู้บริจาคและการเตรียมตัวได้จากลิ้งค์นี้เลยค่ะ
http://blood.redcross.or.th/content/คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

ประวัติศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
https://blood.redcross.or.th/content/ประวัติ

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑
Authored by : @iceplease

thumb_IMG_2306_1024.jpg

35 upvotes $0.72

Replies (8)

Review before signing

Posting as . Signing with . Keychain permission: Posting. Hive Keychain will ask you to approve this action next.


  
Technical details

Operation fingerprint: